Facebook Ads Toolkit
ชุดเครื่องมือการสร้างลูกค้าให้กับธุรกิจด้วย Facebook Ads

ชุดเครื่องมือนี้ประกอบไปด้วยเทรนนิ่ง, คู่มือ, และเท็มเพลตสำหรับการทำแคมเปญโฆษณา Facebook Ads ให้กลายเป็นเครื่องมือผลิตลูกค้าอัตโนมัติซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ,ใช้จ่ายงบประมาณทุกๆบาทอย่างคุ้มค่า, และสร้างยอดขายกลับมาได้มากที่สุด
สิ่งที่คุณจะได้รับทั้งหมดจากชุดเครื่องมือนี้
#1 Facebook Sales Machine: เทรนนิ่งวิธีการสร้างลูกค้าด้วย Facebook Ads

วีดีโอเทรนนิ่งความยาว 94 นาทีนี้จะช่วยทำให้คุณสามารถใช้งาน Facebook Ads ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยน Facebook เป็นเครื่องมือผลิตลูกค้าอัตโนมัติ
หลังจากที่ลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน …ทุกวันนี้ผมสามารถที่จะสร้างแคมเปญที่สร้างลูกค้าและผู้สนใจรายใหม่ๆได้มากกว่า 100 คนทุกๆเดือน …จาก Facebook Ads เพียงอย่างเดียว
คุณอาจจะสงสัยว่าผมทำได้อย่างไร?
วิธีการก็คือ ทุกครั้งที่ผมสร้างแคมเปญใหม่ แคมเปญจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ …ซึ่งจากประสบการณ์ของผม นี่คือวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณสามารถใช้ค่าโฆษณาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
นี่คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากเทรนนิ่ง:
-
วิธีการใช้ Facebook Ads เพื่อสร้างลูกค้าและยอดขายให้กับธุรกิจ …ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยใช้งาน Facebook Ads หรือจ่ายเงินลงโฆษณามาก่อนเลย
-
วิธีคิดที่ถูกต้องในการทำแคมเปญโฆษณาที่จะช่วยให้คุณสร้างยอดขายกลับมาได้ 2-3 เท่าเป็นอย่างน้อยจากค่าโฆษณาที่จ่ายออกไป
-
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของแคมเปญ Facebook Ads (ปัจจัยที่ 4 คือสิ่งที่สำคัญที่สุดแต่คอร์สเรียนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยพูดถึง)
-
กลยุทธ์ในการสร้างลูกค้าด้วย Facebook Ads ซึ่งทำให้คุณสามารถเอาชนะคู่แข่งที่มีงบประมาณมากกว่าได้
-
สามอย่างที่คุณต้องทำเพื่อที่จะสร้างลูกค้าจาก Facebook Ads เพิ่มขึ้น
-
วิธีการเพิ่มยอดขายต่อลูกค้าหนึ่งคนเพื่อให้ธุรกิจของคุณมีกำไรจากการลงโฆษณามากขึ้น
-
ระยะในการทำ Facebook Ads ทั้งหมดสามระยะที่ทุกแคมเปญจะต้องมี
-
การออกแบบโครงสร้างแคมเปญให้ระบบ AI ของ Facebook หาลูกค้าให้กับคุณได้มากที่สุด
-
วิธีการทำแคมเปญสองแบบคือ “แบบยาก” และ “แบบง่าย” (ซึ่ง 99% ของคนที่ลงโฆษณาอยู่ตอนนี้กำลังทำแบบยาก)
-
และอื่นๆอีกมากมาย!
เมื่อคุณเริ่มต้นใช้ Facebook Ads เป็นเครื่องมือสร้างลูกค้า…
และคุณสามารถใช้งานมันได้อย่างถูกต้องและทำให้ธุรกิจสร้างยอดขายกลับมาได้มากกว่าค่าโฆษณาที่จ่ายออกไป…
นั่นก็หมายถึงคุณจะสร้างลูกค้าจำนวนเท่าไรก็ได้ด้วยการจ่ายเงินค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นเพราะคุณสามารถ:
-
จ่ายค่าโฆษณา 1,000 บาทเพื่อสร้างยอดขายกลับมา 2,000 บาท
-
จ่ายค่าโฆษณา 10,000 บาทเพื่อสร้างยอดขาย 20,000 บาท
-
หรือแม้กระทั่งจ่ายค่าโฆษณา 100,000 บาทเพื่อสร้างยอดขาย 200,000 บาท
หากคุณลองสังเกตและคิดวิเคราะห์ดูให้ดี… นี่คือวิธีการที่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ใช้ในการสร้างลูกค้าให้กับธุรกิจ และคุณจะได้เรียนรู้วิธีการทำแบบนั้นในเทรนนิ่งนี้
แต่ยังไม่หมดเพียงแค่เท่านั้นเพราะในชุดคู่มือของคุณยังประกอบไปด้วย…
#2 Facebook Ads Playbook Series: คู่มือกลยุทธ์ในการเอาชนะ Facebook Ads เพื่อสร้างลูกค้าและยอดขายให้กับธุรกิจ

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาของการทำงานในบริษัทเอเจนซี่และการสร้างธุรกิจของตัวเอง… ผมได้มีโอกาสวางแผน, สร้าง, และดูแลแคมเปญการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะการใช้ Facebook Ads ในการสร้างลูกค้าและยอดขายให้กับหลายๆธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ผู้ประกอบการหลายๆคนมักจะเข้ามาหาผมด้วยการบอกว่า Facebook Ads ไม่ได้ผลสำหรับธุรกิจของเขา…
ซึ่งหน้าที่ของผมก็คือการช่วยพวกเขาเหล่านั้นแก้ไขแคมเปญให้สร้างลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้น
และเพื่อให้ผมสามารถช่วยเหลือลูกค้าของผมได้ดียิ่งขึ้น ผมตัดสินใจที่จะเขียนคู่มือขึ้นมาเพื่อช่วยอธิบายสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับการทำ Facebook Ads…
ในคู่มือแต่ละเล่มคุณจะได้เรียนรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในแต่ละขั้นตอนของการสร้างแคมเปญ — คุณควรทำอะไรก่อนหรือหลัง — และจะทำมันได้อย่างไร
นี่คือสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากคู่มือแต่ละเล่ม:
-
The Facebook Ads Launch Playbook – คู่มือวิธีการใช้ Facebook Ads สร้างลูกค้าและยอดขายให้กับธุรกิจอย่างเป็นระบบ: เรียนรู้วิธีการเปลี่ยน Facebook ให้กลายเป็นระบบสร้างลูกค้าและยอดขายอัตโนมัติโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งตามหาลูกค้าอีกเลย ซึ่งเป็นขั้นตอนในการสร้างแคมเปญที่คุณสามารถใช้ในการเปลี่ยนคนแปลกหน้าบน Facebook ให้กลายเป็นลูกค้าที่เข้ามาหาธุรกิจในทุกๆวัน
-
The Facebook Ads Creative Playbook – คู่มือวิธีการออกแบบและเขียนข้อความโฆษณาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์จากแคมเปญ: หากคุณไม่รู้ว่าจะต้องเขียนข้อความโฆษณาอย่างไร หรือจะสื่อสารกับลูกค้าของคุณอย่างไร… นี่คือคู่มือที่คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเปลี่ยนข้อความและรูปภาพโฆษณาของคุณให้กลายเป็นทีมขายที่เป็นมิตรซึ่งลูกค้าพร้อมจะวิ่งเข้าหาและตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของคุณ
-
The Facebook Ads Targeting Playbook – คู่มือวิธีการเลือกกลุ่มเป้าหมายและใช้ประโยชน์จาก Machine Learning เพื่อหาลูกค้าให้กับธุรกิจ: เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดของการเข้าถึงลูกค้าอย่างแม่นยำก็คือการให้ Facebook ช่วยหาลูกค้าให้กับคุณ ซึ่งในคู่มือเล่มนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการใช้งานเครื่องมือต่างๆในการหาความสนใจกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงการตั้งค่าสร้างแคมเปญที่จะทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้แม่นยำขึ้น
-
The Facebook Ads Retargeting Playbook – คู่มือวิธีการติดตามกลุ่มเป้าหมายให้กลับมาหาธุรกิจเพื่อปิดการขายและสร้างผลลัพธ์สูงสุด: เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการทันทีที่เห็นโฆษณาครั้งแรก… ยิ่งกลุ่มเป้าหมายของคุณเห็นโฆษณาบ่อยครั้งเท่าไร คุณก็มีโอกาสสร้างลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้นได้มากเท่านั้น ซึ่งในคู่มือเล่มนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการสร้างแคมเปญเพื่อติดตามผู้สนใจและลูกค้าให้เห็นโฆษณาซ้ำๆจนเขาตัดสินใจซื้อจากคุณ
-
The Facebook Ads Scaling Playbook – คู่มือวิธีการขยายแคมเปญด้วยการเพิ่มงบประมาณในการลงโฆษณาอย่างมีกลยุทธ์: เรียนรู้กลยุทธ์ที่ผมใช้ในการสร้างยอดขายหกหลักใน 2 เดือนให้กับธุรกิจที่ไม่เคยทำการตลาดออนไลน์บน Facebook มาก่อน… ซึ่งคุณสามารถใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการเพิ่มงบประมาณในการลงโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของตัวเองอย่างรวดเร็ว และจัดการความเสี่ยงของค่าโฆษณาที่สูงขึ้นให้แคมเปญสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่วิธีการที่เป็น “ทฤษฎี”… เพราะสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ถูกกลั่นมาจากประสบการณ์จริงของการทำ Facebook Ads ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาของผม
คุณจะได้เรียนรู้วิธีการขยายแคมเปญที่ผมใช้แล้วได้ผล ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่ผมใช้กับธุรกิจของตัวเองจริงๆและลูกค้าคนอื่นๆที่ผมทำ Facebook Ads ให้…
ซึ่งทำให้คุณมั่นใจได้ว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ได้ผลที่จะทำให้คุณสามารถสร้างลูกค้าและยอดขายได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
แต่ยังไม่หมดเพียงแค่เท่านั้น เพราะคุณยังจะได้รับ…
#3 The 3-Hour Facebook Ads Audit: เช็คลิสต์ตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ Facebook Ads

เพื่อให้แน่ว่าหลังจากที่คุณสร้างแคมเปญ Facebook Ads ขึ้นมาแล้ว แคมเปญนั้นจะสร้างลูกค้าและยอดขายให้กับธุรกิจของคุณ… คุณยังจะได้รับเช็คลิสต์ตรวจสอบประสิทธิภาพแคมเปญไปพร้อมกับคู่มือทั้งหมดวันนี้
คุณคิดว่าการทำ Facebook Ads ของคุณจะง่ายขึ้นแค่ไหนครับ? หากคุณเพียงแค่ต้องทำตามเช็คลิสต์ไล่ไปในแต่ละข้อไปจนครบ…
เช็คลิสต์นี้จะแบ่งวิธีการแก้ไขและปรับปรุงแคมเปญ Facebook Ads ออกเป็นขั้นตอนย่อยๆเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปลงมือปฏิบัติมากที่สุดซึ่งคุณจะได้รับ:
-
รายการตรวจสอบ – เช็คลิสต์ของสิ่งที่คุณต้องทำทั้งหมด 67 ข้อในรูปแบบไฟล์ Google Sheet และ PDF ซึ่งสามารถนำไปลงมือปฏิบัติได้ทันทีเพื่อทำให้แคมเปญของคุณสร้างลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้น… รายการตรวจสอบแต่ละข้อจะมีเวลาโดยประมาณในการลงมือปฏิบัติ และคุณสามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองโดยใช้เวลาทั้งหมดเพียงแค่ไม่เกิน 3 ชั่วโมง
-
คำแนะนำในการนำไปลงมือปฏิบัติ – ไม่ใช่เพียงแค่รายการตรวจสอบเท่านั้น แต่ในเช็คลิสต์นี้ยังครอบคลุมถึงคำแนะนำ, วิธีการ, เทคนิค, และเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถลงมือทำขั้นตอนทุกอย่างที่สำคัญตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบ… ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือมีพื้นฐานในการทำ Faceook Ads มากนักก็ตาม
-
การติดตามสถานะ – หลังจากที่คุณนำเช็คลิสต์แต่ละข้อไปลงมือปฏิบัติแล้ว คุณสามารถเปลี่ยนสถานะของรายการนั้นให้เป็น “เสร็จสิ้น” — และเมื่อคุณตรวจสอบทุกรายการเสร็จสมบูรณ์ นั่นก็หมายถึงคุณจะมีแคมเปญที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้งบประมาณในการลงโฆษณาของคุณได้อย่างคุ้มค่า…
ทั้งหมดนี้หมายถึงคุณไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเองว่าจะแก้ไขและปรับปรุง Facebook Ads อย่างไรให้มีลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้น… เพราะเช็คลิสต์ที่คุณได้รับจะเป็นแผนงานที่ช่วยให้คุณนำสิ่งต่างๆไปลงมือปฏิบัติได้อย่างเป็นขั้นตอน
คุณสามารถใช้เช็คลิสต์นี้เพื่อตรวจสอบและประเมินวิธีการทำ Facebook Ads ของคุณ และหาว่าแคมเปญของคุณมีข้อบกพร่องหรือมีอะไรที่คุณจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ที่จะทำให้คุณได้ผลลัพธ์มากขึ้นจากค่าโฆษณาที่จ่ายออกไป
ที่สำคัญที่สุด… เช็คลิสต์ทั้งหมดคือรายการของสิ่งที่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการทำ Facebook Ads ใช้เพื่อเปลี่ยนแคมเปญที่ไม่ได้ผลให้กลายเป็นแคมเปญที่สร้างลูกค้าและยอดขาย… และมันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแคมเปญของคุณเช่นเดียวกัน
“ครอบคลุมทุกๆเรื่องของการแก้ไขและปรับปรุงแคมเปญเพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ” ไม่ว่าจะเป็น…
-
วิธีการกำหนดเป้าหมายให้กับแคมเปญ (ขั้นตอนนี้จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่าผลลัพธ์ทั้งหมด และธุรกิจจำนวนมากต้องเสียค่าโฆษณาไปอย่างเปล่าประโยชน์เพราะไม่เคยทำขั้นตอนนี้)
-
วิธีการคำนวณงบประมาณต่อเดือน (ทำตามสูตรนี้เพื่อกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ ซึ่งจะช่วยให้แคมเปญของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ)
-
วิธีการตั้ง KPI สำหรับการวัดผลลัพธ์ในการลงโฆษณา (ทุกอย่างเป็นเรื่องของ “ตัวเลข” และ KPI จะเป็นเครื่องชี้วัดว่าแคมเปญของคุณประสบความสำเร็จหรือไม่)
-
วิธีการปรับแต่งคอลัมน์รายงานให้เหมาะกับธุรกิจ (ขั้นตอนนี้จะช่วยให้คุณอ่านรายงานโฆษณาได้อย่างเข้าใจ ซึ่งจะทำให้คุณวางแผนในการปรับปรุงและพัฒนาแคมเปญได้ดียิ่งขึ้น)
-
วิธีการตรวจสอบว่าค่าโฆษณาที่จ่ายออกไปสร้างยอดขายกลับมาได้มากเพียงใด (งบประมาณในการลงโฆษณาควรจะถูกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและคุณสามารถใช้ตัวเลขนี้ในการวัดผลได้ทันที)
-
วิธีการทำให้ค่าโฆษณาถูกลงด้วยการทำตามคำแนะนำของ Facebook (ใช้เทคนิคนี้เพื่อแก้ไขและปรับปรุงโฆษณาของคุณให้มีคุณภาพมากขึ้นและเอาชนะคู่แข่งรายอื่นๆในตลาด)
-
วิธีการออกแบบโครงสร้างแคมเปญให้ง่ายต่อการทำงานของ Machine Learning (ใช้ประโยชน์จากระบบนี้เพื่อทำให้คุณได้ลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น… ในราคาที่ถูกที่สุด)
-
วิธีการใช้ประโยชน์จากการตั้งค่าการจัดสรรงบประมาณแบบ CBO — เมื่อไรที่ควรใช้การตั้งค่านี้ (หากคุณใช้คำสั่งนี้ไม่ถูกต้อง งบประมาณจำนวนมากก็จะถูกใช้จ่ายไปโดยที่คุณไม่ได้ผลลัพธ์)
-
วิธีการทดสอบแคมเปญที่จะทำให้โฆษณาได้ผลลัพธ์ดีที่สุด (การทดสอบจะช่วยให้แคมเปญของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้คุณประหยัดงบประมาณจำนวนมากในระยะยาว)
-
วิธีการติดตั้งพิกเซลโค้ดพื้นฐานเพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้าบนเว็บไซต์ (ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ Facebook ทราบว่าลูกค้าของคุณคือใคร ซึ่งจะทำให้ระบบสามารถนำส่งโฆษณาได้แม่นยำยิ่งขึ้น)
-
วิธีการติดตามลูกค้าด้วยการสร้างกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง (ยิ่งโฆษณาของคุณถูกแสดงบ่อยครั้งเท่าไร โอกาสที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อก็มีมากขึ้นเท่านั้น)
-
วิธีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลรายชื่อลูกค้าเพื่อสร้างเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ (กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณได้กลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าและบริการของคุณมากที่สุด)
-
วิธีการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้คุณเจอคนที่เป็นลูกค้า (วิธีการง่ายๆนี้จะทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพมากกว่าคู่แข่งทันที เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่ทำ Facebook Ads ไม่เคยทำแบบนี้)
-
วิธีการกำหนดขนาดของกลุ่มเป้าหมายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ขนาดของกลุ่มเป้าหมายจะส่งผลต่อค่าโฆษณาของคุณ… อย่าทำขั้นตอนนี้ผิดพลาด!)
-
วิธีการสร้างแคมเปญตามระดับการตัดสินใจของลูกค้า (เหตุผลที่คุณไม่ควรคาดหวังให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการทันที และสิ่งที่คุณควรทำเพื่อเพิ่มผลลัพธ์อีกอย่างน้อย 3 เท่า)
-
วิธีการสร้างข้อเสนอให้น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (ลูกค้าของคุณสนใจเพียงแค่สิ่งที่เขาจะได้รับจากคุณ และข้อเสนอคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของแคมเปญ)
-
วิธีการออกแบบรูปภาพหรือวีดีโอที่ทำให้ระบบหาลูกค้าให้กับคุณได้ง่ายขึ้น (การใช้รูปภาพหรือวีดีโอที่ไม่ถูกต้องจะทำให้คุณได้ลูกค้าที่ไม่ได้สนใจสินค้าและบริการของคุณจริงๆ)
-
วิธีการเพิ่มคุณภาพให้กับโฆษณาและทำให้คุณจ่ายค่าโฆษณาถูกกว่าคู่แข่ง (คุณไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณจำนวนมากเพื่อเอาชนะคู่แข่งเพราะทุกอย่างจะถูกตัดสินใจด้วยคุณภาพของโฆษณา)
-
วิธีการออกแบบ Landing Page ที่จะทำให้คุณไม่เสียงบประมาณไปอย่างเปล่าประโยชน์ (กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์มากขึ้นโดยจ่ายค่าโฆษณาเท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม)
-
วิธีการทำให้ Landing Page สร้างคอนเวอร์ชั่นซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่คุณต้องการ (คู่แข่งรายอื่นๆกำลังเปิดโอกาสให้กับคุณเพราะเขากำลังเชิญลูกค้าให้ออกจากเว็บไซต์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว)
-
วิธีการวางโครงสร้างของ Landing Page ที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจรับข้อเสนอ (ใช้โครงสร้างนี้เพื่อทำให้ลูกค้าอ่านทุกๆข้อความที่คุณเขียนและเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าและบริการ)
-
วิธีการเพิ่มผลลัพธ์ให้กับแคมเปญด้วยการใช้ตัวเลขในการตัดสินใจ (อย่าปล่อยให้ตัวเลขในรายงานโฆษณาทำให้คุณสับสนและตัดสินใจผิดพลาด)
-
วิธีการหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆที่จะทำให้คุณเจอลูกค้าที่ธุรกิจต้องการ (เพิ่มโอกาสที่คุณจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าที่สนใจสินค้าและบริการของคุณมากขึ้นด้วยเทคนิคนี้)
-
วิธีการปรับแต่งแคมเปญเพื่อหาการตั้งค่าที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (แทรกแซงการทำงานของระบบ Machine Learning เพื่อกำหนดผลลัพธ์ที่คุณต้องการด้วยตัวเอง)
ค่อนข้างละเอียดและครบถ้วนเลยใช่มั้ยครับ?
แต่ข่าวดีก็คือคุณสามารถทำรายการตรวจสอบทั้งหมดนี้ได้ด้วยตัวเอง…
การใช้เช็คลิสต์นี้เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพแคมเปญของคุณเปรียบเสมือนกับการที่คุณมีผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก Facebook โดยตรงมาช่วยแนะนำว่าคุณจะต้องแก้ไขและปรับปรุงแคมเปญอย่างไร
และหลังจากที่คุณตรวจสอบเช็คลิสต์ครบทุกข้อ — ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น — และนำรายการทั้งหมดไปลงมือปฏิบัติ… แคมเปญ Facebook Ads ของคุณก็จะสร้างลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้น!
มาถึงตรงนี้…
หากการใช้ Facebook Ads สร้างลูกค้าและยอดขายให้กับธุรกิจคือสิ่งที่คุณต้องการ… ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทรนนิ่ง, คู่มือ, และเครื่องมือนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจของคุณแค่ไหน
แต่นอกเหนือไปจากนั้นแล้วคุณยังจะได้รับ…
#4 ROI Forecaster: เครื่องคำนวณผลตอบแทนแคมเปญโฆษณาออนไลน์

งบประมาณในการลงโฆษณาคือต้นทุนของธุรกิจที่ควรจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังถูกมั้ยครับ?
แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าโฆษณาที่จ่ายออกไปจะสามารถสร้างลูกค้าและยอดขายกลับมาได้อย่างคุ้มค่า… และไม่ทำให้คุณขาดทุน?
คำตอบก็คือก่อนที่คุณจะจ่ายค่าโฆษณาจริงๆ คุณควรที่จะต้องวางแผนและคำนวณตัวเลขของผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการนำค่าสถิติสำคัญต่างๆมาใส่สูตรทางคณิตศาสตร์
ทั้งนี้หากคุณไม่แน่ใจว่าจะคำนวณผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หรือต้องการประหยัดเวลาในการคำนวณทุกๆอย่างด้วยตัวเอง…
เพียงแค่คุณใส่ตัวเลขต่างๆลงในช่องว่างตามคำแนะนำ คุณก็จะทราบทันทีว่าผลลัพธ์ที่คุณจะได้จากการลงโฆษณาจะเป็นอย่างไร
คุณจะได้ทราบตัวเลขต่างๆที่สำคัญเช่น:
-
มูลค่ายอดขายต่อลูกค้าหนึ่งคน (Earnings Per Customer)
-
ต้นทุนในการสร้างลูกค้า (Cost Per Acquisition)
-
จำนวนลูกค้าและยอดขายที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดจากค่าโฆษณาที่จ่ายออกไป
-
งบประมาณในการลงโฆษณาที่เหมาะสม
-
ผลตอบแทนจากเงินใช้จ่ายค่าโฆษณา (ROAS)
-
จำนวนการคลิกเข้าชมเว็บไซต์, การลงทะเบียน, หรือการทักข้อความ
-
และอื่นๆอีกมากมาย!
ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ภายในเวลาไม่กี่นาที… โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับการคำนวณ
และเนื่องจากผลลัพธ์จะถูกอ้างอิงทุกอย่างจากค่าสถิติที่เกิดขึ้นจริง… การใช้งานเครื่องคำนวณนี้จะช่วยให้คุณสามารถทำแคมเปญได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นและสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการ
แต่ยังไม่หมดเพียงแค่เท่านั้น เพราะสิ่งที่สุดท้ายที่คุณจะได้รับจากชุดเครื่องมือนี้ก็คือ…
#5 Lead Magnet Cheat Sheet: 17 ไอเดียการสร้างข้อเสนอเพื่อดึงดูดผู้สนใจให้เข้ามาเป็นลูกค้า

ไม่มีประโยชน์เลยหากโฆษณาของคุณมีคนมองเห็นจำนวนมากหรือเว็บไซต์ของคุณมีผู้เข้าชมจำนวนมาก แต่เขาไม่สนใจในสิ่งที่คุณนำเสนอ…
การออกแบบข้อเสนอที่เป็นที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าของคุณจะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคุณจะมีต้นทุนค่าโฆษณาที่ถูกลง และเปลี่ยนคนที่เห็นโฆษณาและคนที่เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นผู้สนใจและลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการของคุณง่ายขึ้น…
และนี่คือคู่มือซึ่งคุณจะได้เรียนรู้วิธีการออกแบบข้อเสนอของสินค้าและบริการเพื่อให้ธุรกิจสามารถดึงดูดลูกค้ารายใหม่ๆให้เข้ามาใช้บริการอย่างอัตโนมัติ!
ไม่ว่าคุณจะกำลังทำธุรกิจ Ecommerce หรือร้านค้าออนไลน์, ธุรกิจขนาดเล็กที่มีออฟฟิศหรือหน้าร้าน, ธุรกิจบริการ, ธุรกิจที่ปรึกษาหรือโค้ชชิ่ง, ธุรกิจการเรียนการสอนหรือสินค้าดิจิตอล, ฟรีแลนซ์หรือเอเจนซี่ คุณก็สามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างข้อเสนอที่ดึงดูดให้ลูกค้าวิ่งเข้ามาหาคุณอย่างอัตโนมัติได้ทันที
คุณสามารถรับเทรนนิ่ง, คู่มือ, และเท็มเพลตทั้งหมดได้ในราคาเพียง 6,500 บาทเท่านั้น
หลังจากที่คุณทำการสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนว่าผมได้รับคำสั่งซื้อของคุณ…
และเมื่อทีมงานตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินเสร็จเรียบร้อย (ภายใน 24 ชั่วโมง) คุณก็จะได้รับลิงก์เข้าสู่ระบบสมาชิกเพื่อใช้งานทุกๆอย่างที่อยู่ในชุดเครื่องมือนี้ทันที
นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว การตัดสินใจของคุณวันนี้ยังไม่ได้เป็นความเสี่ยงใดๆสำหรับคุณเลย เพราะคุณยังจะได้รับ…
การรับประกันความพอใจที่คุณจะหาไม่ได้จากที่ไหน
นี่คือข้อตกลงของเราครับ:
หากคุณตัดสินใจรับชุดเครื่องมือนี้ไปแล้วไม่รู้สึกว่าจะสามารถสร้างยอดขายกลับมาได้มากกว่าเงินที่จ่ายมาให้กับผม… เพียงแค่คุณส่งอีเมลมาแจ้งให้ผมทราบที่ support@bankchatchadol.com คุณก็จะได้รับเงินทั้งหมดคืนเต็มจำนวนทันที
ใช่ครับ… ง่ายๆแค่นั้น
นั่นหมายความว่าคุณไม่ต้องรับความเสี่ยงใดๆเลยจากการตัดสินใจในวันนี้ เพราะผมยินดีที่จะรับความเสี่ยงทั้งหมดแทนคุณ