วิธีเขียนแคปชั่น เพื่อลงโฆษณา 𝙁𝙖𝙘𝙚𝙗𝙤𝙤𝙠 เขียนยังไงให้ ขายได้ ขายดี 








และเมื่อหยุดนิ้วโป้งได้ ลูกค้ารู้สึกสนใจสินค้า ลูกค้าคลิกโฆษณา
ค่า 𝗖𝗧𝗥 ก็จะเพิ่มขึ้น ก็ทำให้ ค่าโฆษณาของคุณถูกลง
เมื่อค่าโฆษณาถูกลง ก็ทำให้ได้กำไรมากขึ้นครับ 





นอกจากนี้ถ้าเขียนดี เขียนแล้วลื่นไหล ลูกค้าชอบ อาจจะถึงขั้นปิดการขายได้แทบจะทันทีเลยครับ


อย่าเพิ่งปิด หรือ 𝒖𝒏𝒇𝒓𝒊𝒆𝒏𝒅 ผมไปนะครับ หรือหาว่าผมกวน จริงๆแล้ว ก็อย่างที่ผมบอกเลยครับ เขียนแบบด้านบนเลยครับ
นั้นก็คือการเขียนเพื่อ 𝘽𝙚𝙣𝙚𝙛𝙞𝙩 หรือประโยชน์ของลูกค้าหรือคนที่อ่านล้วนๆครับ

ไม่ต้องพูดถึงตัวคุณเอง ไม่ต้องพูดถึงชื่อแบรนด์ หรือชื่อสารสกัดให้มากความ
วิธีการนะครับ นึกถึงสินค้าหรือบริการของเราก่อน จากนั้นให้นึกว่า ลูกค้าจะได้อะไรบ้าง ชีวิตของเค้าจะดีขึ้นแค่ไหน ถ้ากินแล้วจะเป็นยังไง ใช้แล้ว จะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเค้าบ้าง
ให้เขียนออกมาเป็นข้อๆเลยครับ ได้เยอะเท่าไรยิ่งดี
ข้อ 1 

ข้อ 2 

ข้อ 3 

ข้อ 4 



สิ่งแรกที่ลูกค้าจะเลือกสนใจโฆษณาของคุณ จะหยุดหรือไม่หยุดก็คือ ภาพโฆษณา 

เรื่องภาพนี้เดี๋ยวค่อยมาพูดในบทความต่อไป เอาเป็นว่าเลือกภาพที่น่าสนใจละกัน ให้ลูกค้าหยุดให้ได้ก่อน
ดูรูปประกอบไปด้วยนะครับ ตัวต่อมาก็คือแคปชั่นนั้นเอง




แต่ไม่เกิน 3 วินาทีหรอกครับ เพื่อตัดสินใจว่าจะกด โฆษณานี้ไหม (ตอนนี้ลูกค้าแค่หยุดนะครับ ยังไม่ได้กดโฆษณา)
หลังจากลูกค้ากดโฆษณา สิ่งที่ลูกค้าจะอ่านต่อมาก็คือ อ่าน 𝑫𝒆𝒔𝒄𝒓𝒊𝒑𝒕𝒊𝒐𝒏 หรือคำอธิบายด้านล่างต่อ หรือเข้าเวบไซต์ไป หรือกด Msg เพื่อทักคุยกับเรานะครับ
จากนั้นลูกค้าก็จะเริ่มไล่อ่าน 𝑪𝒐𝒎𝒎𝒆𝒏𝒕 ดูการโต้ตอบ เพื่อตัดสินใจอีกทีครับ

หลักๆผมจะเน้นไปที่ 𝗛𝗲𝗮𝗱𝗹𝗶𝗻𝗲 กับ 𝙎𝙪𝙗 𝙃𝙚𝙖𝙙𝙡𝙞𝙣𝙚 แล้วก็ 𝗖𝗮𝗹𝗹 𝘁𝗼 𝗔𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻 (ดูตามรูปประกอบนะครับ)
ไอเดียการเขียน ผมแบ่งออกมาแบบง่ายๆ 4 แบบ
1. ประโยชน์ (𝐁𝐞𝐧𝐞𝐟𝐢𝐭) ของสินค้า 

เขียนมาเลยครับ เอาที่ชัดๆ เด่นๆ ลูกค้าจะได้อะไร
ทั้งทางตรงและทางอ้อม ชีวิตเค้าจะดีขึ้นยังไง ถ้าใช้ของคุณ
Benefit นะ ไม่ใช่สารสกัด !!
2. โปรโมชั่น (𝐏𝐫𝐨𝐦𝐨𝐭𝐢𝐨𝐧) 

คุณมีอะไร Offer ให้เค้าบ้าง จะลดราคา จะส่งฟรี
จะแถมอะไร จัดไปครับ เอาให้ชัด เอาให้เต็ม
ของจำนวนจำกัด มีกี่ชิ้นก็ว่าไป
ซื้อวันนี้ได้อะไร ถ้าจะบีบให้ลูกค้ารีบซื้อได้ ก็เอาเลยครับ
คนเราชอบโปรโมชั่น จะดีกว่านั้น ถ้าเป็นโปรโมชั่นเฉพาะเค้า
3. คำถามแทงใจ (𝐏𝐚𝐢𝐧 𝐏𝐨𝐢𝐧𝐭) 

อันนี้สำคัญมาก ต้องจี้จุดลูกค้าให้ได้ หาให้เจอ ทำให้เค้าฉุกคิด
เป็นคำถามที่ถามไปแล้ว ลูกค้าอึ้ง หรือโดนใจ อาจจะเป็น inside ของปัญหาหรือของโรคนั้นๆ ก็ได้ครับ
เช่น คุณนอนหลับสนิทครั้งสุดท้ายเมื่อไร ?
ที่นอนปวดหลัง จนนอนไม่สบายใช่ไหม ?
4. รีวิว ความน่าเชื่อถือ (𝐒𝐨𝐜𝐢𝐚𝐥 𝐏𝐫𝐨𝐟) 

ทุกคนชอบรีวิว รีวิว มันช่วยพูดแทนสินค้า บอกว่าใช้แล้วดี มีคนใช้เยอะ
คนเราไม่ชอบผิดพลาดครับ เพราะงั้นจึงคิดว่า
ถ้าคนส่วนใหญ่ใช้ คนส่วนใหญ่เลือก เค้าก็จะเลือกเช่นกันครับ
หรือ Case Success ถ้าคนนึงใช้แล้วดี เราก็ต้องใช้ดี
ยิ่งเป็นดารา หรือคนมีชื่อเสียงยิ่งดีครับ

ลูกค้ามี 3 กลุ่ม 𝐂𝐨𝐥𝐝 (เฉยๆ) / 𝐖𝐚𝐫𝐦 (สนใจ) / 𝐇𝐨𝐭 (อยากซื้อ) ใครงงไปหาอ่านเพิ่มเติมก่อน


จัดไปครับ เขียนลงไป ที่เหลือ ก็หยิบไปใส่ใน 𝙎𝙪𝙗 𝙃𝙚𝙖𝙙𝙡𝙞𝙣𝙚
รายละเอียดอื่นๆของสินค้า ก็ใส่ลงไปให้ครบใน 𝑫𝒆𝒔𝒄𝒓𝒊𝒑𝒕𝒊𝒐𝒏
ตอนนี้ก็จะเหลือ 𝗖𝗮𝗹𝗹 𝘁𝗼 𝗔𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻 อันนี้ง่าย คล้ายๆ 𝗛𝗲𝗮𝗱𝗹𝗶𝗻𝗲 ถ้าอยากใส่อะไรเพิ่มหรือ อยากบอก อยากให้ลูกค้าทำอะไร ใส่ลงไปเช่น










นึกอะไรได้ก็ใส่ลงไปครับ เขียนออกมาไว้ครับ


เทคนิคเพิ่มเติม ….
คุณสามารถใส่ Emoji เพิ่มเติมได้อีก แบบในโพสนี้ เพื่อช่วยให้แคปชั่นของคุณเด่นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังสามารถใส่ตัวอักษร หนาเอียงได้ด้วย (ใช้เวบช่วยเช่น yaytext.com)
จบหลักสูตร การเขียนแคปชั่นไว้เพียงเท่านี้ครับ ไม่เข้าใจวนอ่านใหม่อีกรอบครับผม




เรื่องนี้ก็สำคัญเพราะถึงแม้จะมีคนทักมา 100 คนแต่ปิดการขาย ได้แค่ 2 คนก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ 




ไว้โอกาสหน้าจะมาพูดถึงเรื่องการปิดการขาย กับ 𝑺𝒕𝒐𝒓𝒚𝒕𝒆𝒍𝒍𝒊𝒏𝒈 นะครับ
โพสนี้เดี๋ยวจะลงไว้ให้ใน กลุ่มขายของออนไลน์ ทางเข้ากลุ่มในคอมเม้นแรก นะครับจะได้หากันง่ายๆครับ

โพสนี้ยาวใครอ่านจบ 𝑪𝒐𝒎𝒎𝒆𝒏𝒕 บอกด้วยนะครับ
ปรัชญา 
